สภากรรมการองคมนตรีคือบททดลองของรัฐสภา

ประชุมสภากรรมการองคมนตรีครั้งแรก พฤศจิกายน 2470 ณ ศาลาสหทัยสมาคม

สภากรรมการองคมนตรีเป็นองค์คณะที่ได้รับการศึกษาน้อยมากในแวดวงประวัติศาสตร์การเมืองไทย เมื่อเทียบกับอภิรัฐมนตรีสภาและรัฐสภาในยุคแรก งานเขียนที่ศึกษาสภากรรมการองคมนตรีโดยตรงชิ้นแรกน่าจะเป็นงานวิจัยเรื่อง “สภากรรมการองคมนตรี: เบื้องแรกของรัฐสภาไทยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว”  ของ อาจารย์ กษิดิศ อนันทนาธร เมื่อปี พ.ศ. 2568 งานวิจัยชิ้นนี้ช่วยให้ทราบว่าในช่วงต้นของรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวคณะผู้นำและข้าราชการระดับสูงในประเทศไทยส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคยกับกระบวนการออกความเห็นและลงมติในแบบสภา และสภากรรมการองคมนตรีถือเป็นเวทีฝึกฝนกระบวนการทรงรัฐสภาต่อไป ดังที่กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ สภานายกได้กล่าวว่า

“…ถ้าพระเจ้าแผ่นดินโปรดเกล้าฯ เช่นนั้น จะในชั่วอายุคนรุ่นนี้หรือรุ่นน่ารุ่นโน้นก็ตาม ปาลิเมนต์ที่เกิดใหม่ก็จะต้องย้อนหลังมาหาระเบียบการที่ใช้ในสภานี้ เพื่อจะเอาแบบไปใช้ตามที่ใช้ได้ สภานี้ก็จะตกอยู่ในตำแหน่งสภาครูปาลิเม็นต์ไทยต่อไปในอนาคต”

เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีชุดเต็มยศ

เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีมีบทบาทต่อสภากรรมการองคมนตรีตั้งแต่ช่วงของการเตรียมการก่อตั้ง และเมื่อตั้งแล้ว ท่านได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นหนึ่งในคณะกรรมการทั้งสองสมัย โดยได้แสดงบทบาทที่สร้างสรรค์ในสภาทั้งสองสมัย ซึ่งน่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ช่วยให้ท่านสามารถวางรากฐานระบบรัฐสภาให้ประเทศภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริให้คณะองคมนตรีทดลองประชุมในรูปแบบสภาโดยพระราชทานปัญหาเรื่องการใช้ธงช้างหรือธงไตรรงค์ให้คณะองคมนตรีอภิปรายและลงมติ ผลการทดลองนำไปสู่การพัฒนาคณะองคมนตรีให้เป็นเวทีการประชุมแบบสภา และการตั้งคณะกรรมการขึ้นวางระเบียบองคมนตรีโดยมีสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิตทรงเป็นนายกกรรมการ

ในครั้งแรก สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์ฯ ได้นำรายนามผู้ที่ทรงคัดสรรเป็นกรรมการขึ้นทูลเกล้าฯ โดยเห็นควรให้มี 7 คน เมื่อนำรายนามเข้าที่ประชุมอภิรัฐมนตรีในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2469  ที่ประชุมตกลงเพิ่มชื่อเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีเป็นคณะกรรมการด้วย

ในการประชุมได้มีการถกเถียงถึงประเด็นที่สำคัญเกี่ยวกับสถานภาพและขอบเขตหน้าที่ของสภากรรมการองคมนตรีและสมาชิก

คณะกรรมการประชุมเพียง 5 ครั้งก็ได้ข้อสรุป สามารถจัดทำพระราชบัญญัติองคมนตรี พ.ศ. 2470 ได้

สภากรรมการองคมนตรีมีอายุคราวละสามปี มีกรรมการจำนวน 40 คน เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีได้เป็นกรรมการตั้งแต่สภาองคมนตรีชุดแรก และเมื่อครบสามปี ก็ได้รับแต่งตั้งกลับมาเป็นกรรมการในสภากรรมการองคมนตรีชุดที่สอง

ในการประชุมสภากรรมการองคมนตรีเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2470 เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีเสนอให้ตั้งอนุกรรมการพิจารณาร่างข้อบังคับและที่ประชุมเห็นด้วยโดยได้ตั้งพระยาจินดาภิรมย์เป็นประธานอนุกรรมการ สำหรับการประชุมนั้น กำหนดเป็นสมัยประชุมปกติ 2 สมัย คล้ายกับการแบ่งสมัยประชุมสามัญของรัฐสภา

บทบาทสำคัญของสภากรรมการองคมนตรีคือการประชุมปรึกษาหารือแสดงความเห็น โต้เถียงและทำความตกลงในเรื่องซึ่งพระมหากษัตริย์พระราชทานลงมาให้ปรึกษา ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา ซึ่งเป็นที่สนใจของสาธารณชนอย่างมาก และหนังสือพิมพ์ไทยหนุ่ม ฉบับวันที่ 4 มิถุนายน 2471 เปิดเผยว่า “พระยาโกมารกุลมนตรี, พระยาเทพหัสดิน, เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ได้ชื่อว่าเปนปากเสียงราษฎรอย่างดี… ได้ปฏิบัติและระวังผลประโยชน์ของราษฎรอย่างดีที่สุด ..”

ภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง สภากรรมการองคมนตรีก็ยุบเลิกไป

สภากรรมการองคมนตรีไม่ได้มีอำนาจดังเช่นคณะเสนาบดีหรืออภิรัฐมนตรีสภาจึงไม่ได้มีผลงานเป็นกฎหมายหรือแนวนโยบายทีเป็นรูปธรรม หากแต่คุณูปการที่สำคัญคือเป็นเวทีที่ให้ชนชั้นนำและขุนนางฝึกฝนทำความเข้าใจกระบวนการประชุมและถกเถียงในลักษณะสภาซึ่งไม่เคยมีมาก่อน และเป็นประสบการณ์อันดีสำหรับเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีผู้ซึ่งจะต้องรับหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรคนแรกที่จะต้องวางรากฐานของระบบรัฐสภาไทยต่อไป