ครูเทพและคนจีนในประเทศสยาม

การแข่งกีฬาสีของโรงเรียนจีนครั้งที่ ๑ ณ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีเป็นผู้กล่าวเปิดงาน

“การสมาคม”: บทความวิพากษ์การกำหนดบทบาทสตรีไทย

จากงานเขียนเรื่อง "การสมาคม" ซึ่งเผยแพร่เมื่อปี พ.ศ. 2485 เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) ได้แสดงทัศนะที่ก้าวหน้าและวิพากษ์วิจารณ์บทบาททางเพศและวัฒนธรรมไทยในยุคนั้นอย่างน่าสนใจ

แนวคิดด้านการให้การศึกษา

เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีมีตำแหน่งหน้าที่ทางการศึกษา ท่านย่อมมีผลงานด้านการศึกษา แต่ภายใต้ผลงานชิ้นต่างๆ ที่ท่านผลักดันออกไปเป็นรูปธรรมนั้น คือการเห็นภาพใหญ่อย่างเป็นระบบ

ว่าด้วยงานศพ: คนตายขายคนเป็น

"ในที่สุดฉันเชื่อแน่ว่าเวลามาถึงแล้วที่เราต้องปฏิวัติวิธีการปลงศพ  และด้วยความเชื่อเช่นนี้ ประกอบกับความเห็นใจว่าการเปลี่ยนประเพณีเป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติให้แยบคาย ฉันจึงยินดีเข้าบุกเบิกทางโดยอัตโนมัติ ขอผู้ไม่เห็นด้วยกับฉันโปรดให้อภัยแก่ฉันด้วย"

เรื่องคุมกำเนิดและปัญหาประชากร

บทความเรื่อง "ปัญหาน่าคิด" ตีพิมพ์เมื่อ ปี พ.ศ. 2485 สะท้อนข้อกังวลของเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีต่อจำนวนประชากรในประเทศไทย

การสมาคม

บทความเรื่อง "การสมาคม" เผยแพร่เมื่อปี พ.ศ. 2485 เป็นมุมมองต่อวัฒนธรรมแบบไทยๆ ที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย โดยสัมพันธ์กับความเปลี่ยนแปลงของสถานภาพสตรี

ธรรมรส

หนังสือ "ธรรมรส" นี้ เป็นการรวมบทกวีสอนธรรมะของเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี เพื่อจัดพิมพ์แจกในงานศพมารดาของอาจารย์นารถ โพธิประสาท เมื่อเดือน เมษายน พ.ศ. 2480

ความเห็นด้านสิ่งแวดล้อม

สามสิบสามปีก่อนประเทศไทยออกพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ครูเทพได้เขียนบทความเรื่อง "สัตว์ป่า" ลงนิตยสารไทยเขษม ฉบับวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2470 กระตุ้นให้ผู้คนตระหนักถึงความจำเป็นในการอนุรักษ์ละมั่งและแรดในประเทศไทยก่อนที่พวกมันจะสูญพันธ์

โคลงกลอนเกี่ยวกับชาวจีน

เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีเห็นจุดเด่นของชาวจีนในประเทศไทยที่เป็นคนขยันขันแข็ง และมีความถนัดในเชิงพาณิชย์ จึงแสดงออกถึงความชื่นชมชาวจีนอยู่เนืองๆ ท่านยังเป็นผู้สมาทานนโยบายผสมกลมกลืนระหว่างเชื้อชาติและต้องการขจัดอคติของคนไทยบางกลุ่มที่ยังมองว่าชาวจีนเป็นคนอื่นคนไกล หรือมีสถานภาพต่ำกว่า

การชี้แจงการประกาศแผนการศึกษาชาติต่อสภาผู้แทนราษฎร

แม้จะมีข้อเสนอแผนการจัดการศึกษาของชาติมาหลายครั้งหลายหน แต่การประกาศแผนการศึกษาชาติเพื่อเป็นหลักเกณฑ์และแนวทางการจัดการศึกษาของรัฐเพิ่งทำได้ในปี พ.ศ. 2475 เมื่อเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีกลับมาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงธรรมการอีกครั้ง