โรงเรียนข้าราชการพลเรือนเดิมเป็นโรงเรียนมหาดเล็กหลวง และต่อมาได้เปลี่ยมผ่านไปเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันแห่งนี้มีประวัติที่น่าภาคภูมิใจ

ภายหลังจากพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวผ่านพ้นไปเพียงเดือนเศษ ได้โปรดเกล้าฯ ให้พระยาไพศาลศิลปศาสตร์ อธิบดีกรมศึกษาธิการ เข้าเฝ้ารับกระแสพระราชดำริเรื่องการวางแนวทางการจัดการศึกษาของชาติ โดยให้ทดลองแนวพระราชดำริกับมหาดเล็กข้าหลวง พระยาไพศาลศิลปศาสตร์เร่งดำเนินการทันทีจึงสามารถตั้งโรงเรียนมหาดเล็กหลวงขึ้นเป็นส่วนราชการขึ้นตรงต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และให้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนมหาดเล็กเก่าที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ทรงตั้งขึ้นเป็นโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ตามพระราชประสงค์ภายในเวลาเพียงเดือนเดียว

พร้อมกันนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้้าเจ้าอยู่หัวทรงดำริเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงโรงเรียนมหาดเล็กเดิมให้เป็นชั้นอุดมศึกษาแบบเยอรมันและฝรั่งเศสที่เรียกว่า “School of Science” แบ่งแผนกวิชาสอนต่างๆ  จึงโปรดเกล้าฯ ตั้งสภากรรมการจัดการโรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ อันมีกรมหลวงดำรงราชานุภาพเป็นสภานายก เพื่อดำเนินการตามแนวพระดำริ ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2453

พระยาธรรมศักดิ์มนตรีได้รับแต่งตั้งให้รั้งตำแหน่งผู้บัญชาการโรงเรียนข้าราชการพลเรือน เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2457 ทันทีที่ได้รับผิดชอบงาน พระยาธรรมศักดิ์ฯ ได้มีหนังสือกราบทูลนายกสภากรรมการจัดการโรงเรียนฯ ถึงความ “ไม่พร้อม” ของโรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ ในด้านต่างๆ และขอให้พิจารณาประกาศระเบียบ (ที่ร่างไว้แล้วตามมติสภากรรมการฯ) เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว

สิ่งที่ผู้บัญชาการโรงเรียนได้เริ่มดำเนินการทันที ได้แก่

– ประกาศระเบียบการร่วมของโรงเรียนระดับอุดมศึกษาของกระทรวงต่างๆ ตามที่สภากรรมการจัดการเคยมีมติไว้แต่แรก “พอให้ได้ความรู้สึกว่าแผนกนั้นๆ ของโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อันจะรวมกันเข้าเป็นมหาวิทยาลัยนั้นมีอยู่แล้ว เป็นแต่ยังแยกตั้งอยู่ในที่ต่างๆ และการบังคับบัญชายังหาได้รวมกันไม่”

– ปรับโรงเรียนเกษตรวิศวกรรมการคลองซึ่งโรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ ได้รับโอนมาจากกระทรวงเกษตราธิการตั้งแต่ พ.ศ. 2454 แต่ยังไม่ได้แต่งตั้งผู้ดูแล มาตั้งเป็นแผนกยันตรศึกษาในโรงเรียนข้าราชการพลเรือน ให้มีหลักสูตรวิชาช่างกล เชิญผู้เชี่ยวชาญจากทหารบก ทหารเรือ กรมรถไฟ และกรมชลประทานมาสอน

โลโก้โรงเรียนข้าราชการพลเรือน

– ย้ายโรงเรียนฝึกหัดครูไปไว้ที่วังวินด์เซอร์ และให้พระอนุภาษศิษยานุสาร ผู้อำนวยการโรงเรียน เข้ามารักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนยันตรศึกษาด้วยอีกตำแหน่งหนึ่ง

เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี อาจารย์ และนักเรียนยันตรศึกษา ถ่ายภาพหมู่หน้าโรงเรียน
แบบก่อสร้างจุฬา สี

ในหนังสือกราบทูลฯ พระยาธรรมศักดิ์ฯ ได้ถวายความเห็นว่า

“ควรจะมีปัญหาอยู่ข้อหนึ่งว่า ถึงเวลาหรือยังที่จะจัดการโรงเรียนข้าราชการพลเรือนให้จริงจัง ให้สมกับที่จะเป็นมหาวิทยาลัยของประเทศสยาม คือนักเรียนชั้นสูงมีพอแล้วหรือ อาจารย์ชั้นสูงจะมีได้โดยสมควรหรือ งานสำหรับผู้เรียนสำเร็จแล้วจะมีพร้อมคอยอยู่แล้วหรือ และเงินที่จะใช้จ่ายมีพอหรือ ในปัญหาข้อนี้ ข้าพระพุทธเจ้าเห็นด้วยเกล้าฯ ว่า ถ้าจะให้เป็นมหาวิทยาลัยแท้ๆ ก็ต้องตอบว่ายังไม่ถึงเวลา เพราะนักเรียนชั้นสูงของเราก็ยังไม่มีพอ เงินเราก็มีไม่พอที่จะจ้างอาจารย์แพงๆ แต่งานสำหรับให้ผู้เรียนสำเร็จทำนั้นเราคงมีพอเปนแน่ ข้าพระพุทธเจ้าคิดด้วยเกล้าฯ ว่าโรงเรียนข้าราชการพลเรือน แม้แต่จะสอนวิชาถึง ๘ แผนก ก็ยังไม่จำเป็นจะให้เสมอมหาวิทยาลัยใหญ่ๆ …”

กว่าสถานที่ก่อสร้างโรงเรียนจะพร้อมวางศิลาฤกษ์ เวลาก็ล่วงไปถึงปลายปี พ.ศ. 2548 ในวันที่ 3 มกราคม นั้น โรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ ยังคงเป็นโรงเรียนมหาดเล็กเดิมที่ผนวกรวมโรงเรียนยันตรศึกษาซึ่งยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นและไม่มีความพร้อมในด้านอุปกรณ์การสอนและผู้สอน ส่วนโรงเรียนระดับอุดมศึกษาอื่นๆ ยังคงแยกอยู่ตามกระทรวงต่างๆ

เมื่อพระยาธรรมศักดิ์มนตรีได้รับมอบหมายให้เป็นเป็นบรรณาธิการหนังสือ “ล้อมรั้ว” ท่านจึงได้เขียนบทความเรื่องโรงเรียนข้าราชการพลเรือน ฯ โดยขึ้นต้นว่า

“มหาวิทยาลัยเป็นอาภรณ์สำหรับมหานครที่รุ่งเรืองแล้ว มหานครใดมีมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อเสียงสมควรจะอวดได้ ก็ย่อมเป็นเครื่องเชิดชูเกียรติคุณของมหานครนั้น …”

Picture1

ในปี พ.ศ. 2459 ซึ่งเป็นปีที่ทรงเจริญพระชนม์พรรษาครบ 3 รอบนักษัตร และเป็นปีที่โปรดเกล้าฯ ให้พระยาธรรมศักดิ์มนตรีได้รับตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงธรรมการ ได้มีพระราชกระแสให้พระยาธรรมศักดิ์มนตรีเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทโดยเฉพาะ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 15 มีนาคม เพื่อให้เสนาบดีไปดำเนินการสนองพระราชดำริ คือ เรื่องการจัดโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย

ในวันที่เข้าเฝ้าฯ พระยาธรรมศักดิ์ฯ ได้กราบทูลถึงความไม่พร้อมหลายด้าน แต่ทรงตัดบทว่า “… เดินเถิดอย่าคอยเวลาเลย อย่างไรเสียเราก็ต้องการมหาวิทยาลัย ตั้งเสียเดี๋ยวนี้ทีเดียว จะได้เป็นตลาดวิชาของเมืองไทย ไม่เป็นแต่เพียงที่เพาะข้าราชการไว้ใช้..”

วันรุ่งขึ้น เสนาบดีกระทรวงธรรมการรีบร่างบันทึกกราบทูลฯ องค์นายกสภากรรมการฯ เพื่อทรงทราบ และสิบเอ็ดวันหลังจากการเข้าเฝ้าฯ กระทรวงธรรมการได้ออกประกาศเรื่อง “ประดิษฐานโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและโอนไปขึ้นอยู่ในกระทรวงธรรมการ”

โรงเรียนข้าราชการพลเรือนและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

มอบหน้าที่ผู้บัญชาการโรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ

โปรดเกล้าฯ ให้พระยาธรรมศักดิ์มนตรีเป็นผู้รั้งตำแหน่งผู้บัญชาการโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และมีการมอบตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2447

อ่านต่อ

แผนการศึกษาชาติ

พระราชบัญญัติประถมศึกษาฉบับแรก พ.ศ. 2464: จุดเริ่มต้นของ “การศึกษาเพื่อราษฎรถ้วนหน้า”

เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีได้ยกร่างพระราชบัญญัติประถมศึกษา ฉบับแรก และผลักดันจนประกาศใช้ได้ในปี พ.ศ. 2464 นับเป็นก้าวแรกของการศึกษาสำหรับเด็กหญิงชายถ้วนหน้า

อ่านต่อ

วิสามัญศึกษา

กว่าจะเป็นโรงเรียนช่าง

โรงเรียนช่างที่เกี่ยวข้องกับเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี คือช่างในสายศิลปะ ช่างก่อสร้าง รวมถึงสาขาวิชาสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม

อ่านต่อ