ประวัติ

เต็มยศ2สี

เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี

เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี เป็นบุตรพระยาไชยสุรินทร์ (เจียม) เกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2419 ในพระนคร แม้บิดาเป็นขุนนาง แต่ก็เป็นครอบครัวสามัญชน  เมื่อท่าน อายุ ุ6 ขวบ  บิดาถึงแก่อสัญกรรม  เมื่อครอบครัวประสบความยากลำบาก ท่านจึงต้องช่วยมารดา หาเลี้ยงครอบครัว ด้วยการทำงานรับจ้างเย็บปักถักร้อย

เริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียนวัดบพิตรพิมุข สอบไล่ได้ประโยคที่ 1 เมื่ออายุ 12 ปี ก่อนจะย้ายไปเรียนที่พระตำหนักสวนกุหลาบในปีถัดไป สอบไล่ได้ชั้น 5 ภาษาอังกฤษตามหลักสูตรหลวง แล้วสอบไล่ได้ประกาศนียบัตรครูจากโรงเรียนฝึกหัดอาจารย์เป็นรุ่นแรก

จากนั้นรับราชการเป็นนักเรียนสอนในกรมศึกษาธิการ เมื่ออายุ 16 ปี ได้รับตำแหน่งครูผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่โรงเรียนฝึกหัดอาจารย์ ก่อนจะได้รับการคัดเลือกให้ไปศึกษาต่อวิชาครูที่อังกฤษ เป็นเวลา 3 ปี รัฐบาลเรียกตัวกลับมารับราชการที่โรงเรียนฝึกหัดครู เมื่อปี พ.ศ. 2442 ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหลวงไพศาลศิลปศาสตร์ เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2443 และได้รับหน้าที่ใหม่เป็นผู้ช่วยหัวหน้ากองตรวจกรมศึกษาธิการ ต่อมาเลื่อนเป็นปลัดกรมแบบเรียน และเป็นเจ้ากรมราชบัณฑิตโดยยังคงสอนอยู่ในโรงเรียนฝึกหัดอาจารย์ด้วยจนถึงปี พ.ศ. 2449 ย้ายมาเป็นเจ้ากรมตรวจ

อุปสมบทเป็นนาคหลวงเมื่อปี พ.ศ. 2451 มีสมเด็จพระมหาสมนเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรสเป็นพระอุปัชฌาย์ ศึกษาธรรมะสำนักวัดบวรนิเวศวิหาร และสอบวินัยและธรรม ได้เป็นที่ 1 เมื่อลาสิกขาได้ประทานหนังสือสำคัญแสดงว่าสอบไล่ได้เป็นชั้นเอกพิเศษ

record 3
all ch

         ได้รับแต่งตั้งเป็นปลัดทูลฉลองกระทรวงธรรมการเมื่อ ปี พ.ศ. 2455 และเสนาบดีกระทรวงธรรมการ ปี พ.ศ. 2459 เมื่ออายุ 40 ปี ในระหว่างดำรงตำแหน่งปลัดทูลฉลองและเสนาบดี ได้มีผลงานที่สำคัญต่อประเทศชาติหลายชิ้น เช่นการตั้งโรงเรียนมหาดเล็กหลวง การยกโรงเรียนข้าราชการพลเรือนเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกพระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์ และพระราชบัญญัติประถมศึกษา ซึ่งล้วนเป็นภารกิจที่ยากลำบากเนื่องจากขาดแคลนงบประมาณและมีอุปสรรคแรงต้านจากกลุ่มต่างๆ

        ถวายบังคมลาออกจากราชการในปี พ.ศ. 2469 เมื่ออายุ 50 ปี บุตรสาวคนโตจึงได้ตั้งโรงเรียนขึ้นในบริเวณบ้าน ชื่อว่า โรงเรียนสตรีจุลนาค เพื่อให้ท่านมาสอน ในระหวางนั้น ท่านได้เขียนบทประพันธ์และแสดงความเห็นเพื่อพัฒนาชาติบ้านเมืองอย่างสม่ำเสมอผ่านสื่อมวลชนต่างๆ

      เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นสภาผู้แทนราษฎรและได้รับเลือกเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรคนแรกของประเทศเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พร้อมกันนั้นยังได้รับมอบหมายให้เป็นประธานกรรมการเพื่อวางโครงการศึกษาให้แก่กระทรวงธรรมการ เมื่อวางระบบระเบียบการประชุมสภาจนมีความชัดเจนและวางโครงการศึกษาเสร็จสมบูรณ์เแล้ว ท่านได้รับแต่งตั้งไปเป็นรัฐมนตรีกระทรวงธรรมการช่วงหนึ่ง ก่อนจะได้รับเชิญมาเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง และลาออกจากตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2476  หลังจากนั้นท่านมิได้รับตำแหน่งใดในราชการอีก แต่ยังคงแต่งบทกวีและบทความ รวมถึงให้สัมภาษณ์ความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ เสมอมา จนกระทั่งถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2486

หนังสือ “สนั่นคิด เรื่องเล่าผ่านยุคสมัย จากสยามสู่ไทย”

หนังสือ “สนั่นคิด เรื่องเล่าผ่านยุคสมัย จากสยามสู่ไทย” จัดทำขึ้นเพื่อรำลึกถึงคุณูปการของเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี รวบรวมบทความที่ถ่ายทอดมุมมอง ความทรงจำ และการวิเคราะห์เชิงวิชาการ เพื่อสะท้อนบทบาทและอิทธิพลของเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี หรือ “ครูเทพ” ในฐานะ “ครูของแผ่นดิน"

ประวัติครูเทพ (ในโคลงกลอนเล่ม 3)

น.ประภาสถิต บุคคลร่วมสมัยกับเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี เขียนประวัติของท่านอย่างละเอียด ตีพิมพ์ในหนังสือโคลงกลอนของครูเทพ เล่ม 3

ประวัติและผลงาน ฉบับคุรุสภา

“ประวัติครู”บทนี้ ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงจิตใจที่มุ่งมั่นในการพัฒนาเยาวชนไทย และการเป็นผู้บังคับบัญชาผู้เป็นตัวอย่างที่ดี

ชีวิตการเมืองของประธานสภาคนแรก

เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีดำรงตำแหน่งระดับเสนาบดี/ รัฐมนตรี ทั้งในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราขย์และหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง และท่านยังได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถึงสองครั้ง