โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม: จากหอวังถึงภูมิภาค

อาคารโรงเรียนครูประถมกสิกรรม

ที่มา

จุดเริ่มต้นของการศึกษาด้านเกษตรกรรมไทย ย้อนไปได้ถึงปี พ.ศ. 2459 ขณะนั้นเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีอยู่ในระหว่างเตรียมร่างพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ และวิตกว่า หากเด็กมาเรียนหนังสือแล้วจะทิ้งไร่ทิ้งนาซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมของบรรพชนมาทำราชการที่กำลังนิยมเสียหมด ท่านจึงนำปัญหาดังกล่าวไปปรึกษากับพระยาเทพศาสตร์สถิตย์ ซึ่งเป็นทั้งรุ่นน้องที่โรงเรียนฝึกหัดครูและเพื่อนนักเรียนร่วมสมัยที่ประเทศอังกฤษ และขณะนั้นเป็นอาจารย์โรงเรียนข้าราชการพลเรือนหอวัง ได้ข้อสรุปว่า ต้องสอนให้นักเรียนมีความรู้ด้านกสิกรรมและจับจอบเสียมลงเพาะปลูกเอง

แต่ครูในเวลานั้นเกือบทั้งหมดเป็นครูที่สอนวิชาสามัญ จึงต้องจัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมขึ้นในปี พ.ศ. 2560 โดยอาศัยพื้นที่โรงเรียนข้าราชการพลเรือนหอวังนั้นเอง พระยาเทพศาสตร์สถิตย์ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ ในการสอน พระยาเทพศาสตร์สถิตย์จะนำครูและนักเรียน จับขวานจอบ ขุดตอไม้, ยกแปลง, ลอกท้องร่อง ฯลฯ ซึ่งเป็นของแปลกสำหรับประชาชน เพราะข้าราชการเวลานั้นไม่ค่อยทำงานลักษณะดังกล่าวกัน

โรงเรียนครูประถมกสิกรรมนี้รับผู้จบชั้น ม.3 (เปลี่ยนเป็น ม.6 ในระยะต่อมา) เข้าศึกษาในหลักสูตร 2 ปี เพื่อรับประกาศนียบัตรประโยคครูประถมกสิกรรม (ปป.ก.) เปิดสอนวิชาสามัญต่างๆ และวิชาครู รวมทั้งต้องเรียนวิชากสิกรรมและฝึกหัดกสิกรรม เพื่อไปเป็นครูสอนเด็กให้มีความรู้ทางกสิกรรมแผนใหม่

ตามแผนการศึกษาในยุคนั้น ชั้นประถมศึกษาเรียนสายสามัญเป็นเวลา 3 ปี และเรียนสายวิสามัญอีก 2 ปี ในชั้นประถมปีที่ 4 และ 5 ในสายวิสามัญนั้นให้เลือกเรียนด้านช่าง เกษตร หรือพาณิชศาสตร์ได้ตามความเหมาะสมของภูมิประเทศ

การเปลี่ยนแปลงและพัฒนา

ในปี พ.ศ. 2461 โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมได้ย้ายที่ตั้งไปอยู่ที่ตำบล พระประโทน อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับการทำแปลงเพาะปลูกมากขึ้น ในระหว่างนี้ ก็คัดครูสังกัดกระทรวงธรรมการส่งไปศึกษาวิชาการเกษตรในต่างประเทศ ระดับปริญญาตรีและโท  ต่อมาในปี พ.ศ. 2471 กระทรวงธรรมการเปลี่ยนแปลงนโยบายการศึกษาเกษตร อาจารย์ที่โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมต้องย้ายไปสอนวิชาสามัญ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2475 นโยบายการศึกษาการเกษตรจึงได้ฟื้นตัวขึ้นมาอีก ในปีนั้นเองกระทรวงธรรมการให้ตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมขึ้นที่ภาคเหนือ ที่แม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่, ภาคใต้ที่คอหงส์ จังหวัดสงขลา และภาคอิสานที่อำเภอโนนวัด จังหวัดนครราชสีมา โดยในช่วงนี้มีบุคลากรที่เป็นกำลังสำคัญที่กระทรวงธรรมการได้ส่งไปเรียนรู้วิชาการชั้นสูงด้านการเกษตรมารับผิดชอบการขยายการศึกษาได้เป็นอย่างดี แม้เมื่อไม่จำเป็นต้องผลิตครูประถมกสิกรรมต่อไปแล้ว สถาบันการศึกษาดังกล่าวก็เติบโตขึ้นและพัฒนาขึ้นเป็นสถาบันการศึกษาชั้นสูงด้านวิชาการเกษตรของประเทศ

บทความที่เกี่ยวกับการศึกษาเกษตรกรรม