ประวัติและผลงานในราชการกระทรวงธรรมการ/ ศึกษาธิการ

linsss

ผลงานด้านการศึกษาในฐานะปลัดทูลฉลองและเสนาบดีกระทรวงธรรมการในสมัยรัชกาลที่ 5 และ 6 ได้รับการกล่าวถึงไว้อย่างชัดเจนในหนังสือ “ประวัติครู” ที่คุรุสภาได้จัดพิมพ์เป็นเล่มแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2501 ดังขอยกมาบางส่วน ดังนี้

“การงานที่ท่านได้ปฏิบัติอยู่ได้รับความนิยมชมชอบจากผู้น้อย จนกระทั่งถึงผู้ใหญ่ ท่านไปรับตำแหน่งหน้าที่ใด การงานในตำแหน่งหน้าที่นั้นก็เจริญรุ่งเรื่องขึ้นอย่างรวดเร็ว การเลื่อนตำแหน่งของท่านจึงเป็นเงาตามตัวไปด้วย”

“นอกจากรับราชการประจำในตำแหน่งหน้าที่แล้ว พระยาธรรมศักดิ์มนตรีได้รับราชการพิเศษอีกเป็นหลายอย่าง คือเป็นผู้สอนวิชาครูวิทยาทานสถาน เพื่อแก้ไขวิธีสอนในโรงเรียนหลวงให้ดำเนินตามแบบแผนอย่างใหม่ เป็นกรรมการโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  เมื่อพุทธศักราช 2453 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโรงเรียนมหาดเล็กหลวงขี้น รวบรวมนักเรียนมหาดเล็กข้าหลวงเดิม ตั้งการสอนที่โรงเรียนราชกุมารเดิมในพระบรมมหาราชวัง พระยาธรรมศักดิ์มนตรีได้เป็นกรรมการจัดการโรงเรียนมหาดเล็กหลวง จัดวางระเบียบการให้ดำเนินเป็นลำดับมา จนได้ขยายการและย้ายไปตั้งอยู่ที่บริเวณพระราชวังดุสิต ณ บัดนี้ ภายหลังเมื่อพุทธศักราช 2457 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นผู้รั้งตำแหน่งผู้บัญชาการ แล้วเป็นผู้บัญชาการโรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ ส่วนทางโรงเรียนมหาดเล็กหลวงจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ หย่อนภาระลงคงเป็นแต่กรรมการ”

“กิจการสำคัญซึ่งมาสำเร็จในสมัยท่านเป็นเสนาบดีก็คือ ได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์ เมื่อ พ.ศ. 2461 เพื่อควบคุมโรงเรียนส่วนบุคคล ทั้งของชาวไทยและชาวต่างประเทศ ให้จัดการฝึกสอนกุลบุตรกุลTดาให้ต้องตามรัฐประศาสโนบายของประเทศไทย จัดการให้มีพระราชบัญญัติประถมศึกษาเพื่อบังคับกุลบุตรกุลธิดาที่มีอายุอยู่ในเขตเล่าเรียนให้ได้เข้าเล่าเรียนทั่วหน้ากัน ยังความเจริญให้แก่ประเทศ การออกพระราชบัญญัติทั้งสองฉบับนี้ มิใช่เป็นของง่าย มีอุปสรรคนานัปการ โดยเฉพาะพระราชบัญญัติประถมศึกษา ได้ร่างขึ้นตั้งแต่รัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมัยพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดีเป็นปลัดทูลฉลองกระทรวงธรรมการ และอธิบดีกรมศึกษาธิการ เพิ่งมาสำเร็จออกเป็นพระราชบัญญัติประกาศใช้ได้ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ”

chula

 

“ส่วนราชการในหน้าที่ผู้บัญชาการโรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ ก็ได้ตั้งใจอุตสาหะจัดวางระเบียบขยายการศึกษาให้กว้างขวางยิ่งขึ้นจนได้โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาโรงเรียนข้าราชการพลเรือนขึ้นเป็นมหาวิทยาลัย พระราชทานนามว่า จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย”

นอกจากนั้น ท่านยังเป็นผู้ที่ส่งเสริม “วิสามัญศึกษา” เพื่อให้ผู้เรียนได้มีความรู้ไปประกอบอาชีพได้ จึงได้ตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม  โรงเรียนเพาะช่าง

school

ในภายหลัง เมื่อกลับมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงธรรมการ หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ท่านได้วางระบบการศึกษาที่ประกาศใช้แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2475 ประกาศตั้งโรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย และขยายกิจการของโรงเรียนครูกสิกรรม